เรื่อง

ผู้เขียน

คณะกรรมการทีปรึกษาวิทยานิพนธ์

ความต้องการถือเงิน : ศึกษากรณีประเทศไทยระหว่างปี 2525 - 2539

นางสาววันธิดา แก้วบางพระ

รศ.อติ ไทยานันท์, รศ. อสัมภินพงศ์ ฉัตราคม, อาจารย์ โกมล ปราชญ์กตัญญู

การศึกษาเกี่ยวกับความต้องการถือเงิน สำหรับประเทศไทยเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจในการศึกษามาก เนื่องจากเมื่อทราบถึงความต้องการถือเงินแล้ว จะทำให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบทางการเงินโดยตรงของประเทศสามารถที่จะนำไปใช้ประโยชน์ในการควบคุมและวางแผนนโยบายเศรษฐกิจต่างๆ ในการแก้ไข หรือป้องกันปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศได้ ดังนั้น การศึกษาความต้องการถือเงินและปัจจัยที่กำหนดสามารถชี้ให้เห็นได้ว่า ความต้องการถือเงินของประชาชนทั่วไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญๆ อะไรบ้าง มีความสัมพันธ์ในทิศทางใด และได้รับอิทธิพลจากการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยที่กำหนดมากน้อยเพียงใด

ในการศึกษาเรื่องความต้องการถือเงินในครั้งนี้ ได้แยกการศึกษาเป็นสองส่วน โดยอ้างอิงตามทฤษฎีความต้องการถือเงินของสำนักเคนส์ และสำนักการเงินนิยม นอกจากนั้นก็จะทดสองสมมติฐานว่าประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่มีแนวความคิดว่า “เงิน” เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย (Luxury goods) ตลอดจนศึกษาถึงบทบาท และความสำคัญของปริมาณเงินต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย

จากผลการศึกษาพบว่า 1) ทฤษฎีความต้องการถืองเนของสำนักเคนส์นั้น ความต้องการถือเงินของประชาชนทั่วไป ขึ้นอยู่กับระดับรายได้ (Y) และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 3 เดือน ( R ) โดยมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกับระดับรายได้ และทิศทางตรงกันข้ามกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 3 เดือน 2) ทฤษฎีความต้องการถือเงิน ของสำนักการเงินนิยมนั้น ความต้องการถือเงินของประชาชนทั่วไป ขึ้นอยู่กับระดับรายได้ (Y) อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 3 เดือน ( R ) และอัตราเงินเฟ้อที่คาดคะเน (P*) โดยมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกับระดับรายได้ และทิศทางตรงข้ามกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 3 เดือน และอัตราเงินเฟ้อที่คาดคะเน 3) จากการทดสอบสมมติฐานพบว่า ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่มีแนวความคิดว่า “เงิน” เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย (Luxury Goods) ตลอดจนศึกษาถึงบทบาท และความสำคัญของประมาณเงิน ต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย นอกจากนั้น การศึกษาถึงการเปลี่ยนแปลงของปริมาณเงินที่มีต่อระบบเศรษฐกิจพบว่าในช่วงเวลา 15 ปีที่ผ่านมา ปริมาณเงินในประเทศไทยมีปริมาณเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันระบบเศรษฐกิจของประเทศมีอัตราการเจริญเติบโตสูงขึ้น ซึ่งแสดงว่า ปริมาณเงินมีบทบาท และความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจในระบบเศรษฐกิจของประเทศ

จากผลการศึกษาในครั้งนี้ ทำให้อาจสรุปได้ว่า แนวทางในการควบคุมความต้องการถือเงินของประชาชนไม่ให้น้อยเกินไป หรือมากเกินไป จนเกิดปัญหาทางเศรษฐกิจนั้น กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย สามารถทำได้โดยควบคุมความต้องการถือเงิน โดยการควบคุมผ่านปัจจัยต่างๆ คือ ระดับรายได้ อัตราดอกเบี้ย และระดับราคา ให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ